หน้าแรก ความเป็นมา วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร โครงสร้างหน่วยงาน ติดต่อเรา
สวัสดี Guest ...
User Name :
Password :
 
 
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

19 มิ.ย.59 เวลา 08.30 น.

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับมือนักวิชาการจากหลายสถาบัน ฟื้นฟูปะการังฟอกขาว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
วันที่ 19 มิถุนายน 2559 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ สำรวจพื้นที่ที่เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว เพื่อหาทางรับมือสถานการณ์ปะการังฟอกขาวสืบเนื่องจากน้ำทะเลในบริเวณอุทยานแห่งชาติดาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ตลอดเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ปะการังเป็นจำนวนมากเกิดการฟอกขาว และตายลง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช จึงได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำรวจแนวปะการังชนิดต่างๆ ในพื้นที่ พบว่า มีแนวปะการังฟอกขาวระดับวิกฤตมีการฟอกขาวมากกกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ 1 แห่ง  ปะการังฟอกขาวระดับรุนแรง มีการฟอกขาวมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๒ แห่ง และปะการังฟอกขาวระดับต่ำ ฟอกขาวระดับ 30 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่า จำนวน 7 แห่ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในบางพื้นที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้ร่วมมือกับคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำโครงการจัดการเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังฟอกขาวอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ขึ้น เพื่อเป็นการควบคุมกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ซึ่งพบปะการังฟอกขาวขึ้นวิกฤตและรุนแรง เพื่อไม่ให้กิจกรรมการท่องเที่ยวอาจส่งผลกระทบต่อปะการัง โดยประกาศ ปิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีการฟอกขาวในระดับวิกฤต คือพื้นที่ แนวปะการังทะเลแหวก และควบคุมการท่องเที่ยว 2 จุดที่อ่าวโละบาเกา (พีพีดอน) และที่เกาะไผ่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ที่มีการฟอกขาวระดับรุนแรง และ ปิดการท่องเที่ยวดำน้ำลึก 4 จุด ที่จุดงาช้าง และจุดหินโดด เกาะพีพีดอน และที่เวลซาร์ควอลล์และอ่าวโละซามะ เกาะพีพีเล เนื่องจากการฟอกขาวและเพื่อความปลอดภัยในการดำน้ำท่องเที่ยวในบริเวณนั้นด้วย การปิดทั้ง 5 จุดดำน้ำตื้นและน้ำลึก รวมทั้งควบคุม 2 จุดดำน้ำตื้น กรมอุทยานฯได้ปรึกษากับองค์กรท้องถิ่น ผู้ประกอบการท้องถิ่นและชาวบ้าน ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วย จากการประชุมร่วมกันเห็นพ้องว่าควรประกาศหมู่เกาะพีพีให้เป็น “เขตปลอดการจำหน่ายฉลามและปลานกแก้ว และจะช่วยการประชาสัมพันธ์โดยจัดทำโปสเตอร์ สื่อประชาสัมพันธ์ ทุกชนิดประชาสัมพันธ์ทั่วหมู่เกาะพีพีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งการรณรงค์”การบำบัดน้ำเสียบนเกาะพีพี” ในสองแนวทาง ทั้งการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมการปล่อยน้ำเสียของสถานประกอบการ และหาแนวทางปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียรวมบนเกาะพีพีดอน  นอกจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการตามแผนระยะสั้น(6 เดือน) ระยะกลาง (1 ปี) และระยะยาว (3 ปี) คาดว่าจะสามารถบำบัดน้ำเสียได้ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย  สำหรับทางด้านนักวิชาการ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ไทยถาวร เลิศวิทยาประสิทธิ ได้ค้นพบวิธีการทดลอง Super Algae เพื่อหาแนวทางรักษาปะการังให้ฟื้นจากการฟอกขาว ซึ่งเป็นงานวิจัยร่วมกันของนักวิชาการจากหลายสถาบัน ซึ่งประสบผลสำเร็จในห้องแล็ปและในแปลงเพาะปลูกปะการัง โดยทางคณะผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และได้จัดการทดลองในพื้นที่จริงบริเวณทะเลแหวกและหมู่เกาะพีพี ซึ่งจากการทดลองพบว่า ปะการังที่ปลูกทั่วไป ไม่สามารถทนต่อน้ำร้อนได้ ตายเกือบหมด แต่มีปะการังชนิดหนึ่งที่มีพันธุกรรมพิเศษสามารถทนได้ เรียกว่า Super Coral ทางกรมอุทยานจึงสนับสนุนการปลูก และย้ายปะการังกลุ่มนี้ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะดำเนินการในช่วง 120วัน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Copyright 2011
www.fca16mr.com